“นี่มันสุดยอดเลยนะ… ของจริงทั้งหมดเลยนะขอรับ”
จิอิ พ่อบ้านส่วนตัวผู้มีผมแค่ครึ่งเดียวของหัวของไคโตะพูดออกมาอย่างทึ่งๆ และหยิบดาบแต่ละเล่มมาดู ซึ่งคมดาบสะท้อนแสงไฟในห้องออกมาอย่างชัดเจน
“มีมีดสั้นด้วยนะขอรับ ซ่อนไว้ซะมิดชิดเชียวนะ”
“เป็นคนที่อันตรายจริงๆน้า… คุโด้ ชินอิจิคนนี้เนี่ย ”
คุโรบะ ไคโตะ นั่งเอกเขนกอยู่บนโซฟาอย่างหมดแรง เพราะเหตุการณ์วันนี้มันทำให้เขาทั้งเหนื่อยทั้งเสี่ยงชีวิตแบบสุดๆไปเลย แถมดาบเรเปียร์ที่แทงใส่เขาก็ดันไปเฉือนผ้าคลุมของเขาจนเป็นรูโหว่ ทำให้ไม่สามารถบินได้ จนต้องเรียกปู่จิอิมารับและแบกหมอนี่กลับไปด้วย
แถมความพยศของหมอนี่เท่าที่เคยได้สัมผัสมาโดยตรง ทำให้เขาไม่แน่ใจว่าจะให้นอนบนเตียงเฉยๆรึว่าจับไปขังที่ไหนสักแห่งดี เพราะเรี่ยวแรงของคนๆนั้นมันมหาศาลเสียจนสามารถพุ่งทะลุกระจกนิรภัยได้ และกระโดดแค่ทีเดียวก็ลากทั้งเขาทั้งตัวเองขึ้นไปบนดาดฟ้าได้อีกต่างหาก
“ไปเอาแรงมาจากไหนกันแน่เนี่ย ร่างกายออกจะบอบบางแท้ๆน้า….”
ถึงจะบึกบึนกว่าชินอิจิคนเดิมเล็กน้อยก็เถอะ แต่มันก็บอบบางอยู่ดีเมื่อเทียบกับคนที่ต้องออกแรงวิ่งไปวิ่งมาและห้อยโหนอย่างเขา แถมไม่สมดุลกับเรี่ยวแรงที่ดูเหมือนจะถล่มได้ทุกอย่างที่ขวางหน้าด้วย
คิดได้ดังนี้แล้ว จอมโจรก็ยันตัวลุกขึ้นมาจากโซฟา และเดินขึ้นไปชั้นสอง ไปในห้องที่เป็นฐานลับหลังรูปภาพ โดยที่ปู่จิอิเองก็ทิ้งทุกอย่างเอาไว้บนโต๊ะและวิ่งตามมาด้วยเช่นกัน
ภายในห้องลับนั้น ก็ยังเต็มไปด้วยอุปกรณ์ต่างๆที่เป็นตัวช่วยในการขโมย และคอมพิวเตอร์หลายเครื่องที่เป็นรุ่นทันสมัย ซึ่งเอาไว้สอดแหนมและแฮคคอมพิวเตอร์ได้เมื่อจำเป็น เจ้าของห้องมองไปสุดทาง ไปยังปลายทางที่เป็นประตูบานนึงที่ค่อนข้างแข็งแรง แววตาสีม่วงเข้มหรี่ตาเล็กน้อยราวกับจะมองทะลุประตูบานเหล็กเข้าไป
...ให้เห็นคนๆหนึ่งที่กำลังหลับอยู่…
ทั้งๆที่ห้องนั้นเขาตั้งใจจะปล่อยทิ้งไว้เพราะไม่จำเป็นที่จะต้องให้ใครเข้าไปนอนเลยทั้งๆที่ตัวเองก็มีห้องนอนอยู่ด้านนอกแท้ๆ แต่ก็ไม่นึกว่าจะได้ใช้ห้องนั้นจริงๆ แถมใช้กับคนๆนั้นอีกต่างหาก
สุดท้ายเขาก็ละสายตาจากประตูบานนั้นและเดินตรงไปที่โต๊ะตัวหนึ่งที่รายล้อมไปด้วยจอมอนิเตอร์เรียงรายอยู่ เขากดไปที่ไฟล์ดาวน์โหลดไฟล์หนึ่งที่ดูยังไงก้รู้ว่าไม่ได้โหลดมาอย่างถูกต้องแน่นอน
มันคือไฟล์ภาพกล้องวงจรปิดของตึกแถบนั้น สาเหตุที่ต้องแฮคเพื่อดูไฟล์วีดีโอนั้นก็เพราะสงสัยว่าอีกฝ่ายใช้วิธีอะไรกันแน่ ถึงกระโดดเข้ามาในหน้าต่างชั้น 40 ได้ แต่สิ่งที่ปรากฏในสายตาของเขากลับทำให้เขาต้องพูดอะไรไม่ออก
เพราะมันเป็นแรงกายเพียวๆที่กระโดดมาจากดาดฟ้าตึกนึงมาที่หน้าต่างบานนั้น โดยไม่มีตัวช่วยอะไรสักอย่างเลยแม้แต่น้อย เป็นการเคลื่อนไหวที่อยู่เหนือกฏฟิสิกส์อย่างแท้จริง ด้วยเหตุนั้น ทำให้เขาต้องขยายการค้นหาเข้าไปอีก จากตึกโน้นไปตึกนี้ จากตึกนี้ไปตึกนั้น
มือใหญ่คว้าแผนที่จากช่องเก็บของข้างตัว และมืออีกข้างคว้าแว่นตาที่วางทิ้งไว้หน้ามอนิเตอร์มาสวมโดยไม่สนใจสายตาของผู้ช่วยที่ยืนมองอยู่ด้านหลัง ไคโตะโกยของที่เกะกะอยู่บนโต๊ะอีกตัวให้ออกไป ซึ่งกะว่าเดี๋ยวค่อยเก็บทีหลัง ก่อนจะวางแผนที่ลงไป สายตามองสลับกันไประหว่างแผนที่และจอมอนิเตอร์ มือก็ระวิงกดไปตามแป้นคีย์บอร์ด ทั้งระบบแฮคเกอร์ ระบบเดาพาสเวิร์ดที่มีอยู่ในเครื่องอยู่แล้วกับระบบที่ลุงจิอิและแม่ของเขาเสาะหามาเพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับการทำงาน
สิ่งที่ปรากฏต่อสายตาของคุโรบะ ไคโตะ ทำให้เขาพูดอะไรไม่ออกเลยสักคำ เมื่อเปิดดูกล้องวงจรปิดจากจอหนึ่ง แล้วไปอีกจอหนึ่ง บางครั้งก็ละมือไปจับดินสอแล้วลากเส้นบนแผนที่ เส้นต่อเส้น จุดต่อจุด โดยที่พ่อบ้านส่วนตัวได้แต่ก้มหน้าก้มตาเก็บของที่ไคโตะเพิ่งจะโกยของลงไปเมื่อครู่นี้
เป็นเวลาเพียง 20 นาทีเท่านั้น ดินสอก็ถูกวางลง และจอมโจรในคราบวัยรุ่นธรรมดาก็เอนหลังพิงเก้าอี้อย่างอ่อนแรง พร้อมกับเอามือนวดแถวๆหว่างคิ้วเพื่อผ่อนคลาย เพราะครั้งนี้เขาต้องใช้ความคิดและสายตาค่อนข้างเยอะ โดยเฉพาะสายตา ที่ต้องคอยจับความเคลื่อนไหววูบวาบที่ปรากฏในกล้องวงจรปิดที่คุณภาพไม่ได้ดีไปกว่าที่เขามีเลย แต่ยังไงเขาก็ได้สิ่งที่ต้องการแล้ว นั่นก็คือเส้นทางการเคลื่อนไหวของคนลึกลับนั่น
ยังไม่ทันจะได้วิเคราะห์อะไรต่อ ภาพกล้องวงจรปิดที่ฉายค้างไว้บนจอก็เริ่มสั่นไหว และส่งเสียงซ่า ทำให้เขาต้องผลุดลุกขึ้นมามองจออย่างไม่เข้าใจ เพราะมันเป็นพร้อมกันทุกจอ.. ไม่สิ...เฉพาะจอที่ปรากฏภาพของนักรบเท่านั้นที่สั่นไหว นิ้วมือรีบพรมลงบนคีย์บอร์ดอย่างเร่งด่วยเพราะระแวงว่าอาจจะมีใครย้อนระบบมาเจอเขา แต่ก็ไม่พบอะไรผิดปกติเลยนอกจากไฟล์วีดีโอในโฟลเดอร์ที่แฮคมาได้นั้น
มันค่อยๆลดลง จาก 20 MB ไปที่ 15 MB .. 10 MB … ราวกับว่ามันค่อยๆสลายหายไปทีละน้อย
สุดท้าย หน้าจอวีดีโอที่พบร่องรอยผิดปกติก็ดับไปหมด พร้อมกับไฟล์ที่หายไป เหลือไว้แต่ไฟล์ของตึกที่ไม่ได้เกี่ยวข้อง ซึ่งมันไม่ได้มีข้อมูลที่เขาต้องการแต่อย่างใด ไคโตะนั่งลงกับเก้าอี้พลางใช้ความคิด เหตุการณ์แปลกๆมันเกิดขึ้นติดต่อกันจนเขาขี้เกียจจะใช้สมองมากมายไปกับการคิดหาคำตอบแล้ว ทั้งๆเขามักจะเป็นฝ่ายป่วนให้คนอื่นต้องปวดหัวกับเขา แต่เขากลับต้องมาโดนระบบแปลกๆป่วนความคิดจนต้องปวดหัวซะเอง
เหมือนกับมีใครพยายามซ่อนตัวตนของคนๆนั้น
“ค..คุณหนูขอรับ ต่อไปจะทำยังไงต่อล่ะขอรับ”
“ไม่ต้องทำอะไรต่อไปทั้งนั้น ฉันรู้แล้วว่าใครจะให้คำตอบเรื่องนี้ได้”
สายตาคมเหลือบมองไปที่แผนที่ ที่มีรอยดินสอลากไปเรื่อยๆจนสิ้นสุดที่ชานเมืองแห่งหนึ่งที่เริ่มไม่มีกล้องวงจรปิดแล้ว ซึ่งลองคะเนเส้นที่จะลากต่อไปอีก มันก็จะชนเข้ากับภูเขาลูกหนึ่ง ที่มีคฤหาสน์หลังใหญ่ตั้งอยู่
...โคอิซึมิ อาคาโกะ เธอต้องมาให้คำตอบกับฉันสักหน่อยแล้วล่ะ..
มุมปากของหนุ่มมายากลยกยิ้มขึ้นมา ส่วนมือก็ขยับเม้าส์ และดีลีทข้อมูลทั้งหมดที่แฮคมาได้ทั้งหมดออกไปทันที เพราะไม่มีประโยชน์ที่จะต้องเก็บไว้อีกต่อไปแล้ว ก่อนจะลุกจากเก้าอี้แล้วเดินตรงไปที่ห้องที่มีตัวต้นเรื่องนอนหลับอยู่
---------------------------------------------------------------------------------------------
“เจ้าบ้านั่น…. ในที่สุดก็ก่อเรื่องมาให้ฉันตามล้างตามเช็ดจนได้!”
โคอิซึมิ อาคาโกะ ผู้ที่เพิ่งถูกคนที่ตัวเองแอบชอบคาดเอาไว้เงียบๆเมื่อครู่นี้ ทรุดลงนั่งกลางปะรำพิธี โดยพยายามใช้เคียวคู่ใจค้ำยันเอาไว้ แสงรอบๆค่อยๆจางลง ให้เห็นได้ว่า พิธีการทางเวทย์มนต์เพิ่งจะเสร็จสิ้นไปไม่นาน พลังเวทย์ที่หลงเหลืออยู่ในร่างกายเพียงน้อยนิดจากการอัญเชิญที่ผิดพลาด ต้องถูกใช้ไปจนหมดบ่อแล้วจริงๆ
พิธีนี้ ทำเอาไว้เพื่อลบล้างร่องรอยทั้งหมดที่ไม่ควรปรากฏขึ้นด้วยฝีมือของนักรบชิน ทั้งความทรงจำ และภาพบันทึกต่างๆที่เกี่ยวกับเขา ซึ่งการไปยุ่งเกี่ยวกับความทรงจำของมนุษย์ จะทำให้สูญเสียพลังเวทย์ไปมากมายเกินรับได้
แต่ยังไงก็ตาม มีอยู่คนหนึ่งที่พลังของเธอไม่เคยได้ผลกับเขาเลย ซึ่งเธอเองก็กะจะให้เป็นแบบนี้อยู่แล้ว จึงได้รีบส่งคำเตือนให้เขา และเขาก็กักตัวนักรบคนนั้นไว้ได้สำเร็จจนได้
สิ่งที่เหลืออยู่ก็คือต้องไปพบกับพวกเขาแหละนะ